เป็นเรื่องปกติที่คนวัยทำงานหลายคนมักมองหาเครื่องมือที่ช่วยลดหย่อนภาษีได้ แต่ทราบหรือไม่ว่าการวางแผนที่ดีไม่ใช่แค่การซื้อประกันเพื่อลดภาษีเพียงอย่างเดียว แต่เป็นการร่วมกันของประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ และประกันชีวิตแบบบำนาญเข้าด้วยกัน
บทความนี้ Amnard Wealth จึงจะพามารู้จักเทคนิคออมคุ้มสองต่อ ด้วยการใช้สิทธิ์ลดหย่อน 100,000 บาทแรกควบกับ 200,000 บาทหลัง เพื่อสร้างกระแสเงินสดให้คุณมีทั้งเงินก้อนไว้ใช้สอยในวัยกลางคน และมีเงินบำนาญไว้ใช้อย่างอุ่นใจในวัยเกษียณ
สิทธิ์ 100,000 บาทแรก vs 200,000 บาทหลัง ต่างกันอย่างไร ?
ตามเกณฑ์ของกรมสรรพากร สิทธิประโยชน์ทางภาษีจากประกันชีวิตนั้นถูกแบ่งออกเป็น 2 ส่วนหลัก ๆ ซึ่งมีเงื่อนไขและจุดประสงค์ที่แตกต่างกัน ได้แก่
สิทธิ์ 100,000 บาทแรก (กลุ่มประกันชีวิตทั่วไป)
ในส่วนนี้คนส่วนใหญ่มักเลือกใช้ประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ หรือประกันตลอดชีพมาเป็นเครื่องมือหลัก เพราะมีความยืดหยุ่นสูง จ่ายเบี้ยระยะสั้นหรือระยะกลางได้ (เช่น 5 ปี, 7 ปี หรือ 10 ปี) โดยสามารถนำเบี้ยที่จ่ายจริงในแต่ละปีมาลดหย่อนภาษีได้สูงสุดไม่เกิน 100,000 บาท
สิทธิ์ 200,000 บาทหลัง (กลุ่มประกันชีวิตแบบบำนาญ)
เป็นสิทธิพิเศษที่รัฐบาลสนับสนุนให้คนไทยเก็บเงินไว้ใช้ยามชรา โดยต้องเป็นประกันชีวิตแบบบำนาญเท่านั้น สามารถนำมาลดหย่อนได้สูงสุด 15% ของรายได้ และไม่เกิน 200,000 บาท (ทั้งนี้ เมื่อรวมกับกองทุนเพื่อการเกษียณอื่น ๆ เช่น RMF, SSF หรือกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ต้องไม่เกิน 500,000 บาท)
ตารางเทียบการประหยัดภาษีตามฐานภาษี (5% ถึง 35%) เมื่อใช้สิทธิ์ครบ 300,000 บาท
ท่านใดที่มีรายได้สูงและสามารถจัดสรรเงินเพื่อใช้สิทธิ์ลดหย่อนภาษีจากประกันชีวิตได้เต็มจำนวน 300,000 บาท (สะสมทรัพย์ 100,000 + บำนาญ 200,000) นี่จะเป็นตัวเลขเงินคืนจากสรรพากรที่จะสามารถประหยัดได้ในแต่ละปีตามฐานภาษีของคุณ
| ฐานภาษี | ประหยัดจาก 100,000 แรก | ประหยัดจาก 200,000 หลัง | รวมภาษีประหยัดได้ต่อปี |
| 5% | 5,000 บาท | 10,000 บาท | 15,000 บาท |
| 10% | 10,000 บาท | 20,000 บาท | 30,000 บาท |
| 15% | 15,000 บาท | 30,000 บาท | 45,000 บาท |
| 20% | 20,000 บาท | 40,000 บาท | 60,000 บาท |
| 25% | 25,000 บาท | 50,000 บาท | 75,000 บาท |
| 30% | 30,000 บาท | 60,000 บาท | 90,000 บาท |
| 35% | 35,000 บาท | 70,000 บาท | 100,000 บาท |
เงินก้อนนี้เปรียบเสมือนผลตอบแทนแฝงที่ทำให้การทำประกันคุ้มค่ากว่าการเก็บเงินไว้เฉย ๆ ยิ่งฐานภาษีสูง ยิ่งประหยัดเงินได้หลักแสนบาทต่อปี
เทคนิควางแผนการเงิน 2 ขา
การซื้อประกันแบบเหมาโดยไม่วางแผนอาจทำให้เงินไปจมอยู่กับกรมธรรม์ใดกรมธรรม์หนึ่งนานเกินไป เทคนิคการเงินแบบ 2 ขา จึงอาจตอบโจทย์มากกว่า ด้วยเหตุผลดังนี้
ขาที่ 1: สร้างเงินก้อนวัยกลางคนด้วยประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์
ใช้สิทธิ์ 100,000 บาทแรก ไปกับ ประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ ที่มีระยะเวลาสัญญาประมาณ 10,20,25 ปี (เช่น แบบ 10/5 หรือ 15/25) เมื่อกรมธรรม์ครบกำหนดในช่วงอายุประมาณ 40-50 ปี จะได้รับเงินก้อนใหญ่กลับมา ซึ่งสามารถนำไปใช้ลงทุนต่อยอดได้ตามต้องการ
ขาที่ 2 : สร้างกระแสเงินสดวัยเกษียณด้วยประกันบำนาญ
ใช้สิทธิ์ 200,000 บาทหลัง ไปกับประกันบำนาญ เพื่อเป็นการบังคับตัวเองให้ออมเงินระยะยาว เมื่อถึงวัยเกษียณจะได้รับเงินบำนาญคืนกลับมาสม่ำเสมอทุกปีจนถึงอายุ 85 – 90 ปี ถือว่าเป็นการช่วยลดความเสี่ยงที่เงินเก็บจะหมดก่อนช่วงสุดท้ายของชีวิต
เทคนิคการเลือกแบบประกันให้การันตีสิทธิ
เพื่อให้สามารถใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้โดยไม่โดนกรมสรรพากรเรียกเก็บย้อนหลัง ควรตรวจสอบเงื่อนไขของกรมธรรม์ให้ถี่ถ้วน ดังนี้
ระยะเวลาคุ้มครอง
สัญญาประกันชีวิตทั้งสองแบบต้องมีระยะเวลาคุ้มครองตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป หากซื้อแบบคุ้มครองแค่ 5 ปี หรือ 7 ปี จะไม่สามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้
การชำระเบี้ยและบริษัทประกัน
ต้องเป็นการทำประกันกับบริษัทที่ประกอบกิจการในประเทศไทยเท่านั้น และเบี้ยประกันที่จะนำมาคำนวณสิทธิลดหย่อนได้ จะต้องเป็นยอดที่จ่ายจริงภายในปีภาษีนั้น ๆ โดยชื่อผู้เอาประกันในกรมธรรม์จะต้องตรงกับชื่อของผู้ที่ยื่นขอเสียภาษีด้วย
การแจ้งความประสงค์
ปัจจุบันกรมสรรพากรกำหนดให้ผู้มีเงินได้ต้องกดแจ้งความประสงค์ขอใช้สิทธิยกเว้นภาษี ไปยังบริษัทประกันชีวิตของคุณ เพื่อให้บริษัทส่งข้อมูลเบี้ยประกันเข้าสู่ระบบของสรรพากรโดยตรง
อย่างไรก็ตาม ท่านใดที่กำลังวางแผนจะซื้อประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ แต่อาจจะติดเรื่องปัญหาสุขภาพที่มีโรคประจำตัว มีประวัติการรักษา หรือเคยถูกบริษัทประกันปฏิเสธการรับประกันมาก่อน และกังวลว่าจะไม่สามารถซื้อประกันได้ สามารถติดต่อสอบถาม Amnard Wealth เข้ามาก่อนได้ เราพร้อมยินดีให้คำปรึกษาให้ทุกท่านอย่างเต็มที่